เขาเดินวนไปวนมาสลับกับหมอบอยู่ข้างตัวชิโอริจนถึงเช้า  ความกลุ้มใจทำให้ไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย กว่าจะผล็อยหลับไปก็ตอนรุ่งเช้า แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นกะทันหันเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่แผดลั่นห้อง 


...อา...ถึงเวลาอาบน้ำไปโรงเรียนแล้วนะสาวน้อย...


ชิโอริเอื้อมมือไปที่โต๊ะข้างเตียง ควานหานาฬิกาปลุกสะเปะสะปะ  พอแตะโดนนาฬิกาก็กดปุ่มปิดผิด ๆ ถูก ๆ  เสียงนาฬิกายังคงแผดดังต่อไปจนคนขี้เซาอดรนทนไม่ได้  ปัดมันลงไปที่พื้นเสียอย่างนั้น แล้วใช้วิธีซุกตัวลงใต้ผ้านวมผืนหนา  มือก็ดึงหมอนใบโตขึ้นมาปิดหน้าจนมิดเพื่อลดเสียงที่จะเข้าสู่โสตประสาท 

 

แมวขาวที่นั่งมองอยู่จำต้องช่วยกดปุ่มปิดเสียงปลุกแทนเพราะทนเสียงเพลงแสบแก้วหูไม่ไหว  ก่อนจะกระโดดกลับขึ้นไปบนเตียงแล้วร้องปลุก


เมี้ยว... ตื่นได้แล้ว...เมี้ยว ๆ ตื่นเซ่ ตื่น...

 

พอได้ยินเสียงชิโร  เด็กสาวก็เอื้อมมือมาลูบหัวหนึ่งทีก่อนจะผลักออก


...อ๊ะ! ยัยเด็กนี่! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน กล้าผลักคนอย่างเขาได้ยังไง...

 

คราวนี้ใช้วิธีข่วนผ้านวมสลับกับร้องดังลั่น


แม้วววววววววว...แป๊ววววววววว


ชิโอริงัวเงียลุกขึ้นใช้สองมือดึงชิโรจนตัวลอย โยนเบา ๆ ไปที่ปลายเตียง แล้วดึงผ้านวมขึ้นคลุมโปง
พอชิโรตั้งตัวติดก็ผุดลุกยืน 

...หนอย...ยัยนี่...ไม่รู้จักเขาเสียแล้ว


ดวงตาสีฟ้าใสปรากฏแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งขณะที่กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะข้างเตียง   เขาโก่งตัวอย่างมีน้ำโห  แล้วกระโจนลงมาบนผ้านวมตรงตำแหน่งลำตัวของชิโอริ เจอไม้นี้เข้าชิโอริก็จำต้องลุกขึ้น ด้วยความเจ็บปวด  เธอคว้าตัวเจ้าเหมียวชูขึ้นตรงหน้า ขู่ฟ่อทั้งที่ยังลืมตาไม่ขึ้น

 

“ทำร้ายร่างกายฉันเหรอ...แน่ะ มองหน้าฉันยังงี้หมายความว่าไงยะ... เดี๋ยวเหอะแก...จำไว้เลย  อ๊ะ! กี่โมงแล้วเนี่ย”

 

นาฬิกาซึ่งกลิ้งอยู่ที่พื้นถูกหยิบขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ทันทีที่เห็นเข็มนาฬิกาตายิบหยีก็เบิกกว้าง


“ว๊าย...จะสายแล้ว”


เขาถูกปล่อยลงบนพื้นอย่างไม่ทะนุถนอมนัก ตาสีฟ้าใสจึงชักขุ่นขึ้นมาอีก ...ยัยเด็กหยาบคาย... ...ไม่รู้ว่าเจ้าหง่าวนั่นรักยัยเด็กนี่มากขนาดต้องเอาเขามาเป็นตัวแทนได้ยังไง...

...พูดถึงเจ้าหง่าวนั่นเขาก็ชักประสาทกินขึ้นมาอีก...ทำไงดีว้อยยยย


ชิโรทำท่าฟึดฟัดวิ่งวนไปมาในห้องจนชิโอริที่นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำนิ่วหน้ามองด้วยความสงสัย

“เป็นอะไรไปน่ะชิโร”


พอเห็นภาพตรงหน้ามันก็ชะงักกึก ทั้งที่เห็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยมานักต่อนักแล้ว ทว่าเมื่อชิโอริยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้ามันก็อ้าปากค้างอย่างลืมตัว

“ชิโร...มามะ...มาให้อุ้มหน่อยสิ”


.......


“ชิโร มานี่สิ!” เสียงหวานชักจะแข็งขึ้น เมื่อแมวตัวโปรดยังนั่งนิ่ง


“อย่าดื้อสิ มาอุ้มหน่อยเร้ว”


เมื่อเจ้าเหมียวไม่เข้ามาหา  ชิโอริก็เป็นฝ่ายเข้าไปอุ้มเสียเอง


“ทำไมดื้ออย่างนี้ฮึ!”


แล้วก็เหมือนเดิม

พออยู่ในอ้อมอกเธอ ชิโรก็ซุกหน้าลงมาแนบอกกางเล็บจิกผ้าขนหนูแน่น จะดึงจะแกะยังไงก็ไม่หลุด


“อ๊ะ!...เป็นอะไรขึ้นมาอีกแล้วล่ะเนี่ย”

“ปล่อยนะชิโร ฉันจะไปแต่งตัวแล้ว”

....................

“ปล่อยซี่....ปล่อย! ฮึ!...ไม่รู้ด้วยแล้วนะ เจ้าแมวบ้า!”


ในที่สุดชิโอริก็ตัดสินใจปลดผ้าขนหนูที่มีตัวเจ้าหง่าวห้อยต่องแต่งอยู่โยนเข้าไปในห้องน้ำ  มันกลิ้งขลุกๆ เข้าไปพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบตัวมันจนเป็นก้อนกลม กว่าจะสลัดหลุดก็เล่นเอาแทบหายใจไม่ออก กลับออกมาอีกทีชิโอริก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กำลังนั่งทาแป้ง มันกระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วมองหน้าชิโอริตาขุ่น

“อะไรกัน ทำตาอย่างกับฉันเป็นฝ่ายผิดงั้นแหละ”

ชิโอริคลับคล้ายจะเห็นเจ้าเหมียวตัวโปรดพยักหน้าหงึกหงัก สงสัยจะตาลายแฮะ

...............

“ก็นายเล่นเกาะแน่นขนาดนั้นจะให้ฉันทำยังไง”

...............

“โธ๋...ฉันกำลังรีบแกก็เห็นนี่นา...”

แววตาสื่อความโกรธชัดเจนของชิโรทำให้ชิโอริร้อนรน

“อะ อะ...ขอโทษก็ได้  พอใจรึยัง”

ดวงตาสีฟ้าใสละมุนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเห็นแววโกรธกรุ่น

“ชิโร...อย่าทำตายังงี้สิ  ฉันก็ขอโทษไปแล้วไง แล้วฉันก็บอกไปแล้วด้วยว่า...”

ชิโอริพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วชะงัก

“แล้วทำไมฉันต้องขอโทษแกเนี่ย  อ๊ะ...สายแล้วนี่นา ฉันไปแล้วนะชิโร ตอนเย็นจะรีบกลับนะ”

“จะไปก็รีบไปเถอะยัยเด็กป่าเถื่อน”  เขาตะโกนออกมา

“แกว่าใครป่าเถื่อน!”  ชิโอริที่กำลังเปิดประตูหันกลับมาแหว 

ทั้งสองสบตากัน  วี่แววความไม่แน่ใจปรากฏชัดในดวงตาทั้งสองคู่

...เธอได้ยินคำพูดฉันเหรอ...

...เมื่อกี๊มันอะไรกัน...เสียงตะโกนที่ดังแทรกมากับเสียงร้องของชิโรนั่น...

...ไม่จริง! ชิโรจะพูดได้ยังไง...รึว่า...

คิดแล้วชิโอริก็กวาดสายตามองไปทั่วห้อง  ก่อนจะเผ่นไม่เหลียวหลัง

“แม่ขาช่วยด้วย!...”

 

...เธอได้ยินเสียงเราใช่ไหม...

 

“แม่ขา...มีผีอยู่ในห้องหนูจริง ๆ น๊า...”

-*-
...จะว่าไป ฉันก็เป็นผีจริง ๆ นั่นล่ะ...แต่อย่ามาตอกย้ำได้ไหม...


ชิ! เดี๋ยวพ่อก็หลอกเสียเลยนี่

.


.


.

 


“กลับมาแล้วค่า”

“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”

“กลับมาแล้วเหรอ”


นอกจากเสียงของคุณแม่แล้ว ยังมีเสียงห้าวอีกเสียงทักทายกลับมาด้วย


 “คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอคะ”

“เอ๋...เปล่านี่จ๊ะ” >_< เสียงคุณแม่ตอบมาจากห้องนั่งเล่น ชิโอริจึงเปิดประตูเข้าไป

“อ้าว! คุณแม่อยู่คนเดียวเหรอคะ”

“เปล่าจ้า แม่อยู่กับชิโรสองคน เนอะหนุ่มน้อย” >_<

“แต่...เมื่อกี๊หนูได้ยินเสียง...”

“จ๊ะ?”

“คุณแม่แน่ใจนะคะว่าไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้าน”

“ชิโอริ”  คุณแม่ลดเสียงลงจนเป็นกระซิบ ท่าทางลุกลี้ลุกลน

“หนูหมายถึงมีขโมยอยู่ในบ้านเราเหรอ ทะ...โทรศัพท์หาตำรวจ เร็วเข้า”

“เดี๋ยวค่ะแม่ หนูไม่ได้หมายถึงขโมย”

 

...จะเป็นขโมยไปได้ยังไง...

เสียงนั่นเธอได้ยินมาตั้งแต่เช้าแล้ว

ถ้าเป็นขโมยจริงมันคงรีบเก็บของไปตั้งแต่เช้าแล้วป่านนี้ก็คงไปเสวยสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งเรียบร้อย...


“รึหนูคิดว่าแม่คบชู้  มะ...แม่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ ทรยศคุณพ่อไม่ได้เด็ดขาด ฮึก”

คุณแม่เริ่มน้ำตาคลอขณะรีบปฏิเสธ


“ก็เปล่าอีกนั่นแหละค่ะ หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น”

“หนูเชื่อแม่ใช่ไหม  ถึงนักศึกษาศิลปะบ้านตรงข้ามจะดูดีแค่ไหน ถึงพ่อค้าผลไม้หน้าปากซอยจะปากหวานยังไง แต่แม่ก็รักแต่พ่อหนูนะ”

“ค่ะ หนูทราบ”   ...และตอนนี้หนูก็ทราบเรื่องชีวิตรักแม่เพิ่มขึ้นอีกหน่อยด้วย...

“หนูว่า...หนูคงหูฝาดไปละมั้งคะ  ช่างมันเถอะ”

“ตกลงไม่มีใครจริง ๆ นะ”

...ตอนนี้คนที่อยากได้คำยืนยันนี้มากที่สุดคือเธอไม่ใช่เหรอ...

“ค่ะ หนูก็ภาวนาให้ไม่มีใครจริง ๆ เหมือนกัน  เฮ้อ! เหนื่อยจัง...หนูไปทำการบ้านก่อนนะคะ”

 


พอชิโอริลุกขึ้นชิโรก็เดินตาม  มาถึงห้องชิโอริก็เปิดกระเป๋าหนังสือ ทำการบ้านทันที

...โฮ่...ขยันนี่นา...ไหนดูซิ การบ้านวิชาอะไรเอ่ย... เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วนั่งดูนิ่ง

...โธ่เอ๋ย...กะอีแค่แคลคูลัสกระจอก ๆ  ทำไมคิดนานขนาดนี้เนี่ย...

...ผิดแล้วอีหนู  ตรงนั้นมันผิดนะ...


เขาเดินเข้าไปใกล้หนังสือ แล้วเอาขาหน้าแปะลงไปตรงคำตอบที่ผิด ชิโอริคิดว่าเจ้าเหมียวมาชวนเล่นจึงวางปากกาแล้วหยิบไม้ขนไก่ขึ้นมาแทน

“ชิโร่จ๋า...มานี่มะ” เรียกพลางขยับไม้ขนไก่พลาง

...ชริ! เขาไม่ใช่แมวที่จะมาตื่นเต้นกับของอย่างนี้นะ...

“ชิโร...เป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย...

สายตาผิดหวังทำให้เขายื่นมือหรือที่ตอนนี้ต้องเรียกว่า ‘ขาหน้า’ ออกไปแตะเล่นอย่างเสียไม่ได้

...ว้อยยยย ทำไมต้องเอาใจยัยเด็กนี่ด้วยฟระ”

เสียงหัวเราะและมือบางที่ลูบหน้าลูบหลังทำเอาเขาเพลินจนลืมตัว

รู้ตัวอีกทีเขาก็กำลังเขี่ยไม้ขนไก่ด้วยความสนุกสุดขีดไปแล้ว

 


...เชท!!!...

เขาปัดไม้ขนไก่อย่างแรงแล้วกระโดดลงจากโต๊ะอย่างไม่ไยดี

...ยัยเด็กนี่จะทำให้เขาเสียคน...


วันนี้ทั้งวันเขาสังเกตเห็นนิสัยหลายอย่างของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป  มันชักจะเหมือนแมวจริง ๆ ขึ้นทุกที เริ่มจากอาหารทั้งที่ปกติเขาเกลียดปลาซาบะยิ่งกว่าอะไร แต่วันนี้พอแม่ของชิโอริเอาปลาซาบะย่างมาวางไว้ตรงหน้าเขา  กลิ่นหอมของมันก็เล่นเอาสมองเขาปั่นป่วน รู้ตัวอีกทีปลาย่างตรงหน้าก็หมดไปแล้ว พอตกสายเขาก็ง่วงจนควบคุมไม่ได้ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยนอนกลางวันเลย  มาถึงตอนนี้เขาก็ดันเคลิ้มไปกับมือบางที่ลูบหัวเกาคางเขา แถมยังแอบสนุกกับไม้ขนไก่อีก

...ไม่ได้แล้ว จ้องรีบจัดการก่อนที่เขาจะโดนสัญชาตญาณแมวกลืนกิน...

หลังจากพบว่าชิโอริสามารถได้ยินเสียงเขา  วันนี้เขาก็ทดลองพูดกับแม่ของชิโอริรวมทั้งชาวบ้านแถวนี้อีกสองสามคน แต่ไม่มีใครได้ยินเลยแม้แต่คนเดียว  จะมีก็แต่ชิโอริเท่านั้น

...สวรรค์คงกำหนดมาให้เธอต้องเจอกับเรื่องแบบนี้สินะ  เพราะงั้น...เตรียมใจไว้ได้เลยสาวน้อย...

“หึ หึ”

 “ชะ...ชิโร...นายได้ยินเสียงหัวเราะนั่นไหม”

ชิโอริถามแล้วดึงชิโรเข้ามากอดแน่น

ท่าทางหวาดกลัวเสียเหลือเกินนั้นทำให้เขาชักจะขำ

“เมี้ยวววววว”

“แกก็ได้ยินใช่ไหม” คราวนี้เจ้าเหมียวพยักหน้าหงึก

“เสียงนี้เหรอ...หึ หึ”

ชิโอรึจับตัวชิโรชูขึ้นตรงหน้า เพ่งมองอย่างค้นคว้า

“สะ...เสียงเมื่อกี๊...”

“ได้ยินจริง ๆ ด้วยแฮะ”

“ชะ...ชิโรพูดได้...ฮะ ฮะ แมวพูดได้เหรอเนี่ย”

“กะ...กรี๊ดดดดดดดดด แมวผี”

ชิโอริโยนชิโรเสียตัวลอย  ยังดีที่เขาตั้งตัวทัน  จึงหมุนตัวแล้วลงพื้นด้วยเท้าทั้งสี่ได้อย่างงดงาม

“เธอน่ะสิยัยเด็กผี”

ตอนนี้เขาเดินไปดักอยู่ที่ประตู  กันเด็กสาววิ่งหนี แต่ถึงจะไม่ดักไว้ชิโอริก็คงไม่สามารถหนีไปไหนได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้เธอยังได้ยินเสียงเขาดังก้องอยู่ในหัว  ขณะที่แข้งขาอ่อนจนก้าวไม่ออก

“อย่าทำท่าตกใจเหมือนเห็นผีอย่างนี้ได้ไหม”


...........


คำตอบที่ได้รับมีเพียงดวงตาที่เบิกโพลง เขาถอนหายใจเฮือก

“อย่างน้อยเธอก็ไม่โวยวายล่ะนะ... นี่ ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง  ช่วยตั้งใจฟังเงียบ ๆ อย่างนี้สักห้านาทีได้ไหม”

 

“มะ...แมวผี”


-*- “ก็บอกว่าไม่ใช่ผี  ตกลงเธอจะฟังไหม”


“ชะ...ชิโร...พะ...พูดได้”


“เฮ้อ...ก็ยังดีกว่าแมวผีล่ะนะ ช่วยฟังเงียบ ๆ ได้รึยัง”


ชิโอริพยักหน้าหงึก  พยายามทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น


“เธอรู้จักบ้านฟูจิวาระไหม” ชิโอริส่ายหน้าพรืด “นี่เธอไปมุดหัวอยู่ไหนมาเนี่ย ตระกูลดังขนาดนี้ยังไม่รู้จักอีก  ฮึ้ย! ช่างเถอะฉันชื่อฟูจิวาระ อากิระ”

“ชะ...ชิโร...นายคือชิโรตะหาก”

-*- “บอกว่าอากิระก็อากิระสิ”

ชิโอริทำหน้ามุ่ย ความกลัวลดลงไปเยอะ ความประหลาดใจทวีขึ้นแทนที่

“หลายวันก่อนขณะที่ฉันขับรถกลับจากงานเลี้ยง

อยู่ ๆ เจ้าหง่าว...ฉันหมายถึงชิโรของเธอ...วิ่งมาจากทางไหนไม่รู้

แต่กว่าฉันจะเห็นมัน...มันก็อยู่ตรงหน้าแล้ว และเบรกรถก็ใช้งานไม่ได้เสียเฉย ๆ...”

“ฉันว่านายเมามากกว่าม้างงง อย่าโทษเบรกเลย”

“ไม่ใช่ว้อย ยัยเด็กนี่ อย่าเดาส่งเดชได้ไหม ฉันแทบไม่ได้แตะเหล้าเลยด้วยซ้ำ”

“งั้นนายก็ง่วง ไม่งั้นจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ไง”

“ฉันไม่ได้ง่วง แล้วสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ตัวฉันเองด้วย”

“นายจะโทษชิโรงั้นสิ”

“ฉันสันนิษฐานว่ามีคนตัดสายเบรก แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนได้ไหมแม่คุณ  ตอนนี้เธอช่วยเงียบแล้วฟังให้จบได้ไหม”

“เอ๊า...จะเล่าก็เล่าสิยะ”

“เฮ้อ...ฉันพยายามหักหลบแล้วแต่สุดท้ายทั้งฉันทั้งเจ้าหง่าวก็บาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งฉันก็อยู่ในร่างแมวของเธอเสียแล้ว ส่วนชิโร...เธอคงจะเดาได้ใช่ไหม”

“นายจะบอกว่าชิโรตายไปแล้วงั้นสิ”

“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ”

“สรุปว่า...ตอนนี้ชิโรถูกผีสิง”

“ยัยเด็กปากเปราะ! ฉันไม่ใช่ผีนะ”

“ถ้าไม่ใช่ผีแล้วนายจะให้ฉันเรียกนายว่าไง คลื่นพลังงานงั้นเหรอ ถ้านี่เป็นเรื่องจริงยังไงนายก็เป็นผีนั่นแหละ”


แววตาเศร้าของคนที่ เคยเห็นในฝันวูบผ่านดวงตาสีฟ้าใสตรงหน้า  ทำให้ชิโอริจ๋อยลงทันตา

“ขอโทษนะ”

“ช่างเถอะ ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้แมวของเธอตายโดยไม่เจตนา ว่าแต่...เธอไม่เสียใจเลยเหรอ”

ชิโอริยักไหล่ “ไม่รู้สิ ถึงจะบอกว่าชิโรตายไปแล้ว แต่ตราบใดที่ชิโรยังนั่งจ้ออยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่รู้สึกถึงความสูญเสียหรอกนะ”

“แต่ตอนนี้เธอก็รู้แล้วนะว่าฉันไม่ใช่ชิโรของเธอ”

“แล้วระหว่างชิโรกับนายในร่างชิโรมันต่างกันยังไงล่ะ เพราะถึงยังไงตอนนี้แมวขาวอ้วน ๆ ที่นั่งพูดจ้อย ๆ อยู่ตรงหน้าฉันก็คือชิโร”

“เฮ้! ไม่แฟร์นะแม่คุณ ฉันเป็นคนที่หลงมาอยู่ในร่างแมวเพราะฉะนั้นวิญญาณของฉันก็คือคน”

“ถ้าเป็นคนจริงนายก็ต้องรู้ภาษาคนน่ะสิ”

“แล้วที่ฉันพูดอยู่นี่ไม่ใช่ภาษาคนรึไง”

“งั้นลองตีลังกาให้ดูหน่อย”

-*- “ทำไมฉันจะต้องทำตามที่เธอบอกด้วยหา”

“หึ...ชิโร...แกไม่รู้ล่ะสิว่าตีลังกาคืออะไร”

เท่านั้นเขาก็รีบกระโดดตีลังกาอย่างสวยงามให้ดูเป็นขวัญตา

“ไหนลองร้องเหมียวซิ”

“เมี้ยววววว” จัดให้ตามคำเรียกร้อง

 “ยังไงนายก็เป็นแมวอยู่ดีนั่นแหละ คนที่ไหนจะกระโดดตีลังกาแล้วก็ร้องเมี้ยวววววได้เหมือนแมวซะขนาดนี้”

 “เด็กบ้า นี่เธอไม่ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ม้ายยยยย”

 เขาชักจะหัวเสีย

เด็กสาวยักไหล่อย่างไม่แยแส

 “ยังไงก็ช่าง...แต่ตอนนี้นายต้องอยู่ที่นี่ในฐานะชิโร แมวของฉันเข้าใจ๋”

 “โอเค...ตอนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ในฐานะแมวของเธอ

แต่เธอต้องช่วยฉันสืบเรื่องอุบัติเหตุและความเคลื่อนไหวของบ้านฟูจิวาระให้ฉัน”

ชิโอริทำหน้าเฉยเมยขณะย้อนถามคำเดียวสั้น ๆ

 “เพื่อ?” 


 “นี่เธอไม่มีมนุษยธรรมเลยใช่ไหม  ฉันเดือดร้อนขนาดนี้เธอยังทำเฉยอยู่ได้เหรอ”

 “สรุปว่าเพื่อตัวนายว่างั้น”

 ถึงจะเสียศักดิ์ศรีแต่ก็ต้องยอมรับ  “ใช่ เพื่อตัวฉันนี่แหละ  ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าตัวกำลังอยู่ในสภาพไหนกันแน่ เป็นวิญญาณที่เพียงแค่หลุดออกจากร่าง หรือเป็นวิญญาณที่จำต้องอยู่ในร่างแมวตลอดไปเพราะร่างของฉันสูญสลายไปเสียแล้ว”

 เจอไม้นี้เข้าชิโอริเลยได้แต่ยอมรับ

 “ตกลงฉันจะช่วย...แต่...ช่วยบอกสักนิดเถอะ...ก่อนจากไปชิโรเจ็บมากไหม”

ท้ายประโยค น้ำเสียงชิโอริเครืออย่างควบคุมไม่ได้

“ถ้าบอกว่าไม่เจ็บฉันก็คงโกหก  แต่เชื่อเถอะตอนนี้มันสบายดีแล้ว แล้วก็กำลังเฝ้ามองเธออยู่ด้วยความรักและเป็นห่วง เธอรับรู้ถึงความรักของมันได้ใช่ไหม”

ภาพแมวขาวรวมทั้งความเศร้าที่เธอสัมผัสได้ในความฝันเมื่อคืน ทำให้น้ำตาเธอไหลอย่างอดกลั้นไม่ไหว

 “ขอบใจนะชิโร ขอบใจที่รักฉัน จากนี้ไปก็หลับให้สบายเถอะนะ ลาก่อน”

edit @ 6 May 2009 09:37:54 by Patcharapan is VIP

edit @ 28 May 2009 16:21:17 by Patcharapan is VIP

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อึ๊ยยยยยยยยย

แอบลุ้นว่าผ้าขนหนูจะหลุดอ่า ป่าวว

เหอ เหอ

แต่สุดท้ายย

สมน้ำหน้ามานนนน

กร๊ากกกก

ไอแมววววลามกกก

(เทมป:แล้วทำไมพี่ต้องจิ้นเป็นหน้าผมด้วยนิ?)

(พี่ตาต้า:มันช่วยไม่ได้อ่ะเทมป์ก็คุณสมบัตินู๋ผ่าน 55+)

ชอบๆ สนุกๆคะ

แล้วจะตามมาอ่านอีกนะคะ

ขอบคุณคะลูกจัน

#1 By ::burnitbytatar:: on 2009-05-06 13:12

ห๊ะ ฟิคหลอกเด้กกกกก

อ้าวซวยย แว้วววววววว

555555555++++++

ต้าแก่กว่าลูกจันคะ 26 จา 27 แล้ว

55555555

จะเรียกพี่ก็ได้จะต้าเฉยๆกะด่ะ

เพราะต้ามีเพื่อน 24-25 เยอะมากกก

question

#2 By ::burnitbytatar:: on 2009-05-06 13:27

อ๊ากกกกกกกกกกกก

พี่ลูกจันขาๆๆๆๆ

ไปหาแมวแบบนี้ได้ที่ไหนบ้างง่า

มักเน่จะไปซื้อเลยแหละๆๆๆ

แล้วจะแก้ผ้าให้มันดูทุกวันด้วย[แอบหื่นๆ]

ชื่ออากิระ

อ๊ากกกกกกกกกกก

นี่ๆๆๆอากิระจ๋าๆๆๆ เค้าไม่อยากนอกใจซึงริของเค้าหรอกน่ะ แต่เค้าให้เธอมาเป็นกิ๊ของเค้าคนที่9รองจากอีทึกแล้วกันน่ะ

[ร่ายรายชื่อ...]

สามีสุดหล่อ...ซิงริ
ชู้คนที่1...จียง
ชู้คนที่2...เทมโป
ชู้คนที่3...แทยัง
ชู้คนที่4...แดซุง
ชู้คนที่5...โซ-1
ชู้คนที่6...ชีวอน
ชู้คนที่7...คยู
ชู้คนที่8...อีทึก
และชู้คนที่9...อากิระ

เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ

สนุกคร้าๆๆๆๆๆๆ

ชอบสุดๆเรื่องของพี่ลูกจันเนี้ย

อ้อ...มักเน่มารอพี่ลูกจันตั้งแต่ตี5แล้วน่ะเนี้ย

[พี่ลูกจัน:แล้วทำไมคุณน้องมาอ่านบ่ายสองค่ะล่ะ]

คิคิ

ติดตามคร้าๆๆๆๆๆๆๆ

จุ๊ฟๆๆๆๆquestion

#3 By คุณนายอี[MukNe'] on 2009-05-06 14:09

พี่ลูกจันนนนนนนนน

เมื่อไหร่จะอัฟง่าๆๆๆๆ

อยากอ่านต่อแล้วๆๆๆๆbig smile

#4 By คุณนายอี[MukNe'] on 2009-05-09 13:37