[Fic] มหัศจรรย์ หวานใจ นายเหมียว [3] - My name
posted on 06 May 2009 08:09 by patcharapan-is-vip in Fiction
เขาเดินวนไปวนมาสลับกับหมอบอยู่ข้างตัวชิโอริจนถึงเช้า ความกลุ้มใจทำให้ไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย กว่าจะผล็อยหลับไปก็ตอนรุ่งเช้า แต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นกะทันหันเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่แผดลั่นห้อง
...อา...ถึงเวลาอาบน้ำไปโรงเรียนแล้วนะสาวน้อย...
ชิโอริเอื้อมมือไปที่โต๊ะข้างเตียง ควานหานาฬิกาปลุกสะเปะสะปะ พอแตะโดนนาฬิกาก็กดปุ่มปิดผิด ๆ ถูก ๆ เสียงนาฬิกายังคงแผดดังต่อไปจนคนขี้เซาอดรนทนไม่ได้ ปัดมันลงไปที่พื้นเสียอย่างนั้น แล้วใช้วิธีซุกตัวลงใต้ผ้านวมผืนหนา มือก็ดึงหมอนใบโตขึ้นมาปิดหน้าจนมิดเพื่อลดเสียงที่จะเข้าสู่โสตประสาท
แมวขาวที่นั่งมองอยู่จำต้องช่วยกดปุ่มปิดเสียงปลุกแทนเพราะทนเสียงเพลงแสบแก้วหูไม่ไหว ก่อนจะกระโดดกลับขึ้นไปบนเตียงแล้วร้องปลุก
เมี้ยว... ตื่นได้แล้ว...เมี้ยว ๆ ตื่นเซ่ ตื่น...
พอได้ยินเสียงชิโร เด็กสาวก็เอื้อมมือมาลูบหัวหนึ่งทีก่อนจะผลักออก
...อ๊ะ! ยัยเด็กนี่! คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน กล้าผลักคนอย่างเขาได้ยังไง...
คราวนี้ใช้วิธีข่วนผ้านวมสลับกับร้องดังลั่น
แม้วววววววววว...แป๊ววววววววว
ชิโอริงัวเงียลุกขึ้นใช้สองมือดึงชิโรจนตัวลอย โยนเบา ๆ ไปที่ปลายเตียง แล้วดึงผ้านวมขึ้นคลุมโปง
พอชิโรตั้งตัวติดก็ผุดลุกยืน
...หนอย...ยัยนี่...ไม่รู้จักเขาเสียแล้ว
ดวงตาสีฟ้าใสปรากฏแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่งขณะที่กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะข้างเตียง เขาโก่งตัวอย่างมีน้ำโห แล้วกระโจนลงมาบนผ้านวมตรงตำแหน่งลำตัวของชิโอริ เจอไม้นี้เข้าชิโอริก็จำต้องลุกขึ้น ด้วยความเจ็บปวด เธอคว้าตัวเจ้าเหมียวชูขึ้นตรงหน้า ขู่ฟ่อทั้งที่ยังลืมตาไม่ขึ้น
“ทำร้ายร่างกายฉันเหรอ...แน่ะ มองหน้าฉันยังงี้หมายความว่าไงยะ... เดี๋ยวเหอะแก...จำไว้เลย อ๊ะ! กี่โมงแล้วเนี่ย”
นาฬิกาซึ่งกลิ้งอยู่ที่พื้นถูกหยิบขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ทันทีที่เห็นเข็มนาฬิกาตายิบหยีก็เบิกกว้าง
“ว๊าย...จะสายแล้ว”
เขาถูกปล่อยลงบนพื้นอย่างไม่ทะนุถนอมนัก ตาสีฟ้าใสจึงชักขุ่นขึ้นมาอีก ...ยัยเด็กหยาบคาย... ...ไม่รู้ว่าเจ้าหง่าวนั่นรักยัยเด็กนี่มากขนาดต้องเอาเขามาเป็นตัวแทนได้ยังไง...
...พูดถึงเจ้าหง่าวนั่นเขาก็ชักประสาทกินขึ้นมาอีก...ทำไงดีว้อยยยย
ชิโรทำท่าฟึดฟัดวิ่งวนไปมาในห้องจนชิโอริที่นุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาจากห้องน้ำนิ่วหน้ามองด้วยความสงสัย
“เป็นอะไรไปน่ะชิโร”
พอเห็นภาพตรงหน้ามันก็ชะงักกึก ทั้งที่เห็นผู้หญิงนุ่งน้อยห่มน้อยมานักต่อนักแล้ว ทว่าเมื่อชิโอริยืนเท้าสะเอวอยู่ตรงหน้ามันก็อ้าปากค้างอย่างลืมตัว
“ชิโร...มามะ...มาให้อุ้มหน่อยสิ”
.......
“ชิโร มานี่สิ!” เสียงหวานชักจะแข็งขึ้น เมื่อแมวตัวโปรดยังนั่งนิ่ง
“อย่าดื้อสิ มาอุ้มหน่อยเร้ว”
เมื่อเจ้าเหมียวไม่เข้ามาหา ชิโอริก็เป็นฝ่ายเข้าไปอุ้มเสียเอง
“ทำไมดื้ออย่างนี้ฮึ!”
แล้วก็เหมือนเดิม
พออยู่ในอ้อมอกเธอ ชิโรก็ซุกหน้าลงมาแนบอกกางเล็บจิกผ้าขนหนูแน่น จะดึงจะแกะยังไงก็ไม่หลุด
“อ๊ะ!...เป็นอะไรขึ้นมาอีกแล้วล่ะเนี่ย”
“ปล่อยนะชิโร ฉันจะไปแต่งตัวแล้ว”
....................
“ปล่อยซี่....ปล่อย! ฮึ!...ไม่รู้ด้วยแล้วนะ เจ้าแมวบ้า!”
ในที่สุดชิโอริก็ตัดสินใจปลดผ้าขนหนูที่มีตัวเจ้าหง่าวห้อยต่องแต่งอยู่โยนเข้าไปในห้องน้ำ มันกลิ้งขลุกๆ เข้าไปพร้อมกับผ้าขนหนูที่พันอยู่รอบตัวมันจนเป็นก้อนกลม กว่าจะสลัดหลุดก็เล่นเอาแทบหายใจไม่ออก กลับออกมาอีกทีชิโอริก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กำลังนั่งทาแป้ง มันกระโดดขึ้นมานั่งบนโต๊ะเครื่องแป้ง แล้วมองหน้าชิโอริตาขุ่น
“อะไรกัน ทำตาอย่างกับฉันเป็นฝ่ายผิดงั้นแหละ”
ชิโอริคลับคล้ายจะเห็นเจ้าเหมียวตัวโปรดพยักหน้าหงึกหงัก สงสัยจะตาลายแฮะ
...............
“ก็นายเล่นเกาะแน่นขนาดนั้นจะให้ฉันทำยังไง”
...............
“โธ๋...ฉันกำลังรีบแกก็เห็นนี่นา...”
แววตาสื่อความโกรธชัดเจนของชิโรทำให้ชิโอริร้อนรน
“อะ อะ...ขอโทษก็ได้ พอใจรึยัง”
ดวงตาสีฟ้าใสละมุนลงเล็กน้อย แต่ก็ยังเห็นแววโกรธกรุ่น
“ชิโร...อย่าทำตายังงี้สิ ฉันก็ขอโทษไปแล้วไง แล้วฉันก็บอกไปแล้วด้วยว่า...”
ชิโอริพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วชะงัก
“แล้วทำไมฉันต้องขอโทษแกเนี่ย อ๊ะ...สายแล้วนี่นา ฉันไปแล้วนะชิโร ตอนเย็นจะรีบกลับนะ”
“จะไปก็รีบไปเถอะยัยเด็กป่าเถื่อน” เขาตะโกนออกมา
“แกว่าใครป่าเถื่อน!” ชิโอริที่กำลังเปิดประตูหันกลับมาแหว
ทั้งสองสบตากัน วี่แววความไม่แน่ใจปรากฏชัดในดวงตาทั้งสองคู่
...เธอได้ยินคำพูดฉันเหรอ...
...เมื่อกี๊มันอะไรกัน...เสียงตะโกนที่ดังแทรกมากับเสียงร้องของชิโรนั่น...
...ไม่จริง! ชิโรจะพูดได้ยังไง...รึว่า...
คิดแล้วชิโอริก็กวาดสายตามองไปทั่วห้อง ก่อนจะเผ่นไม่เหลียวหลัง
“แม่ขาช่วยด้วย!...”
...เธอได้ยินเสียงเราใช่ไหม...
“แม่ขา...มีผีอยู่ในห้องหนูจริง ๆ น๊า...”
-*-
...จะว่าไป ฉันก็เป็นผีจริง ๆ นั่นล่ะ...แต่อย่ามาตอกย้ำได้ไหม...
ชิ! เดี๋ยวพ่อก็หลอกเสียเลยนี่
.
.
.
“กลับมาแล้วค่า”
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะ”
“กลับมาแล้วเหรอ”
นอกจากเสียงของคุณแม่แล้ว ยังมีเสียงห้าวอีกเสียงทักทายกลับมาด้วย
“คุณพ่อกลับมาแล้วเหรอคะ”
“เอ๋...เปล่านี่จ๊ะ” >_< เสียงคุณแม่ตอบมาจากห้องนั่งเล่น ชิโอริจึงเปิดประตูเข้าไป
“อ้าว! คุณแม่อยู่คนเดียวเหรอคะ”
“เปล่าจ้า แม่อยู่กับชิโรสองคน เนอะหนุ่มน้อย” >_<
“แต่...เมื่อกี๊หนูได้ยินเสียง...”
“จ๊ะ?”
“คุณแม่แน่ใจนะคะว่าไม่มีคนอื่นอยู่ในบ้าน”
“ชิโอริ” คุณแม่ลดเสียงลงจนเป็นกระซิบ ท่าทางลุกลี้ลุกลน
“หนูหมายถึงมีขโมยอยู่ในบ้านเราเหรอ ทะ...โทรศัพท์หาตำรวจ เร็วเข้า”
“เดี๋ยวค่ะแม่ หนูไม่ได้หมายถึงขโมย”
...จะเป็นขโมยไปได้ยังไง...
เสียงนั่นเธอได้ยินมาตั้งแต่เช้าแล้ว
ถ้าเป็นขโมยจริงมันคงรีบเก็บของไปตั้งแต่เช้าแล้วป่านนี้ก็คงไปเสวยสุขอยู่ที่ไหนสักแห่งเรียบร้อย...
“รึหนูคิดว่าแม่คบชู้ มะ...แม่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกนะ ทรยศคุณพ่อไม่ได้เด็ดขาด ฮึก”
คุณแม่เริ่มน้ำตาคลอขณะรีบปฏิเสธ
“ก็เปล่าอีกนั่นแหละค่ะ หนูไม่ได้หมายความอย่างนั้น”
“หนูเชื่อแม่ใช่ไหม ถึงนักศึกษาศิลปะบ้านตรงข้ามจะดูดีแค่ไหน ถึงพ่อค้าผลไม้หน้าปากซอยจะปากหวานยังไง แต่แม่ก็รักแต่พ่อหนูนะ”
“ค่ะ หนูทราบ” ...และตอนนี้หนูก็ทราบเรื่องชีวิตรักแม่เพิ่มขึ้นอีกหน่อยด้วย...
“หนูว่า...หนูคงหูฝาดไปละมั้งคะ ช่างมันเถอะ”
“ตกลงไม่มีใครจริง ๆ นะ”
...ตอนนี้คนที่อยากได้คำยืนยันนี้มากที่สุดคือเธอไม่ใช่เหรอ...
“ค่ะ หนูก็ภาวนาให้ไม่มีใครจริง ๆ เหมือนกัน เฮ้อ! เหนื่อยจัง...หนูไปทำการบ้านก่อนนะคะ”
พอชิโอริลุกขึ้นชิโรก็เดินตาม มาถึงห้องชิโอริก็เปิดกระเป๋าหนังสือ ทำการบ้านทันที
...โฮ่...ขยันนี่นา...ไหนดูซิ การบ้านวิชาอะไรเอ่ย... เขากระโดดขึ้นไปบนโต๊ะเขียนหนังสือแล้วนั่งดูนิ่ง
...โธ่เอ๋ย...กะอีแค่แคลคูลัสกระจอก ๆ ทำไมคิดนานขนาดนี้เนี่ย...
...ผิดแล้วอีหนู ตรงนั้นมันผิดนะ...
เขาเดินเข้าไปใกล้หนังสือ แล้วเอาขาหน้าแปะลงไปตรงคำตอบที่ผิด ชิโอริคิดว่าเจ้าเหมียวมาชวนเล่นจึงวางปากกาแล้วหยิบไม้ขนไก่ขึ้นมาแทน
“ชิโร่จ๋า...มานี่มะ” เรียกพลางขยับไม้ขนไก่พลาง
...ชริ! เขาไม่ใช่แมวที่จะมาตื่นเต้นกับของอย่างนี้นะ...
“ชิโร...เป็นอะไรไปอีกแล้วเนี่ย...
สายตาผิดหวังทำให้เขายื่นมือหรือที่ตอนนี้ต้องเรียกว่า ‘ขาหน้า’ ออกไปแตะเล่นอย่างเสียไม่ได้
...ว้อยยยย ทำไมต้องเอาใจยัยเด็กนี่ด้วยฟระ”
เสียงหัวเราะและมือบางที่ลูบหน้าลูบหลังทำเอาเขาเพลินจนลืมตัว
รู้ตัวอีกทีเขาก็กำลังเขี่ยไม้ขนไก่ด้วยความสนุกสุดขีดไปแล้ว
...เชท!!!...
เขาปัดไม้ขนไก่อย่างแรงแล้วกระโดดลงจากโต๊ะอย่างไม่ไยดี
...ยัยเด็กนี่จะทำให้เขาเสียคน...
วันนี้ทั้งวันเขาสังเกตเห็นนิสัยหลายอย่างของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป มันชักจะเหมือนแมวจริง ๆ ขึ้นทุกที เริ่มจากอาหารทั้งที่ปกติเขาเกลียดปลาซาบะยิ่งกว่าอะไร แต่วันนี้พอแม่ของชิโอริเอาปลาซาบะย่างมาวางไว้ตรงหน้าเขา กลิ่นหอมของมันก็เล่นเอาสมองเขาปั่นป่วน รู้ตัวอีกทีปลาย่างตรงหน้าก็หมดไปแล้ว พอตกสายเขาก็ง่วงจนควบคุมไม่ได้ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยนอนกลางวันเลย มาถึงตอนนี้เขาก็ดันเคลิ้มไปกับมือบางที่ลูบหัวเกาคางเขา แถมยังแอบสนุกกับไม้ขนไก่อีก
...ไม่ได้แล้ว จ้องรีบจัดการก่อนที่เขาจะโดนสัญชาตญาณแมวกลืนกิน...
หลังจากพบว่าชิโอริสามารถได้ยินเสียงเขา วันนี้เขาก็ทดลองพูดกับแม่ของชิโอริรวมทั้งชาวบ้านแถวนี้อีกสองสามคน แต่ไม่มีใครได้ยินเลยแม้แต่คนเดียว จะมีก็แต่ชิโอริเท่านั้น
...สวรรค์คงกำหนดมาให้เธอต้องเจอกับเรื่องแบบนี้สินะ เพราะงั้น...เตรียมใจไว้ได้เลยสาวน้อย...
“หึ หึ”
“ชะ...ชิโร...นายได้ยินเสียงหัวเราะนั่นไหม”
ชิโอริถามแล้วดึงชิโรเข้ามากอดแน่น
ท่าทางหวาดกลัวเสียเหลือเกินนั้นทำให้เขาชักจะขำ
“เมี้ยวววววว”
“แกก็ได้ยินใช่ไหม” คราวนี้เจ้าเหมียวพยักหน้าหงึก
“เสียงนี้เหรอ...หึ หึ”
ชิโอรึจับตัวชิโรชูขึ้นตรงหน้า เพ่งมองอย่างค้นคว้า
“สะ...เสียงเมื่อกี๊...”
“ได้ยินจริง ๆ ด้วยแฮะ”
“ชะ...ชิโรพูดได้...ฮะ ฮะ แมวพูดได้เหรอเนี่ย”
“กะ...กรี๊ดดดดดดดดด แมวผี”
ชิโอริโยนชิโรเสียตัวลอย ยังดีที่เขาตั้งตัวทัน จึงหมุนตัวแล้วลงพื้นด้วยเท้าทั้งสี่ได้อย่างงดงาม
“เธอน่ะสิยัยเด็กผี”
ตอนนี้เขาเดินไปดักอยู่ที่ประตู กันเด็กสาววิ่งหนี แต่ถึงจะไม่ดักไว้ชิโอริก็คงไม่สามารถหนีไปไหนได้อยู่แล้ว เพราะตอนนี้เธอยังได้ยินเสียงเขาดังก้องอยู่ในหัว ขณะที่แข้งขาอ่อนจนก้าวไม่ออก
“อย่าทำท่าตกใจเหมือนเห็นผีอย่างนี้ได้ไหม”
...........
คำตอบที่ได้รับมีเพียงดวงตาที่เบิกโพลง เขาถอนหายใจเฮือก
“อย่างน้อยเธอก็ไม่โวยวายล่ะนะ... นี่ ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ช่วยตั้งใจฟังเงียบ ๆ อย่างนี้สักห้านาทีได้ไหม”
“มะ...แมวผี”
-*- “ก็บอกว่าไม่ใช่ผี ตกลงเธอจะฟังไหม”
“ชะ...ชิโร...พะ...พูดได้”
“เฮ้อ...ก็ยังดีกว่าแมวผีล่ะนะ ช่วยฟังเงียบ ๆ ได้รึยัง”
ชิโอริพยักหน้าหงึก พยายามทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“เธอรู้จักบ้านฟูจิวาระไหม” ชิโอริส่ายหน้าพรืด “นี่เธอไปมุดหัวอยู่ไหนมาเนี่ย ตระกูลดังขนาดนี้ยังไม่รู้จักอีก ฮึ้ย! ช่างเถอะฉันชื่อฟูจิวาระ อากิระ”
“ชะ...ชิโร...นายคือชิโรตะหาก”
-*- “บอกว่าอากิระก็อากิระสิ”
ชิโอริทำหน้ามุ่ย ความกลัวลดลงไปเยอะ ความประหลาดใจทวีขึ้นแทนที่
“หลายวันก่อนขณะที่ฉันขับรถกลับจากงานเลี้ยง
อยู่ ๆ เจ้าหง่าว...ฉันหมายถึงชิโรของเธอ...วิ่งมาจากทางไหนไม่รู้
แต่กว่าฉันจะเห็นมัน...มันก็อยู่ตรงหน้าแล้ว และเบรกรถก็ใช้งานไม่ได้เสียเฉย ๆ...”
“ฉันว่านายเมามากกว่าม้างงง อย่าโทษเบรกเลย”
“ไม่ใช่ว้อย ยัยเด็กนี่ อย่าเดาส่งเดชได้ไหม ฉันแทบไม่ได้แตะเหล้าเลยด้วยซ้ำ”
“งั้นนายก็ง่วง ไม่งั้นจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ไง”
“ฉันไม่ได้ง่วง แล้วสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ก็ไม่ใช่ตัวฉันเองด้วย”
“นายจะโทษชิโรงั้นสิ”
“ฉันสันนิษฐานว่ามีคนตัดสายเบรก แต่เรื่องนี้เอาไว้ก่อนได้ไหมแม่คุณ ตอนนี้เธอช่วยเงียบแล้วฟังให้จบได้ไหม”
“เอ๊า...จะเล่าก็เล่าสิยะ”
“เฮ้อ...ฉันพยายามหักหลบแล้วแต่สุดท้ายทั้งฉันทั้งเจ้าหง่าวก็บาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ฟื้นขึ้นมาอีกครั้งฉันก็อยู่ในร่างแมวของเธอเสียแล้ว ส่วนชิโร...เธอคงจะเดาได้ใช่ไหม”
“นายจะบอกว่าชิโรตายไปแล้วงั้นสิ”
“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ”
“สรุปว่า...ตอนนี้ชิโรถูกผีสิง”
“ยัยเด็กปากเปราะ! ฉันไม่ใช่ผีนะ”
“ถ้าไม่ใช่ผีแล้วนายจะให้ฉันเรียกนายว่าไง คลื่นพลังงานงั้นเหรอ ถ้านี่เป็นเรื่องจริงยังไงนายก็เป็นผีนั่นแหละ”
แววตาเศร้าของคนที่ เคยเห็นในฝันวูบผ่านดวงตาสีฟ้าใสตรงหน้า ทำให้ชิโอริจ๋อยลงทันตา
“ขอโทษนะ”
“ช่างเถอะ ฉันเองก็ต้องขอโทษที่ทำให้แมวของเธอตายโดยไม่เจตนา ว่าแต่...เธอไม่เสียใจเลยเหรอ”
ชิโอริยักไหล่ “ไม่รู้สิ ถึงจะบอกว่าชิโรตายไปแล้ว แต่ตราบใดที่ชิโรยังนั่งจ้ออยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่รู้สึกถึงความสูญเสียหรอกนะ”
“แต่ตอนนี้เธอก็รู้แล้วนะว่าฉันไม่ใช่ชิโรของเธอ”
“แล้วระหว่างชิโรกับนายในร่างชิโรมันต่างกันยังไงล่ะ เพราะถึงยังไงตอนนี้แมวขาวอ้วน ๆ ที่นั่งพูดจ้อย ๆ อยู่ตรงหน้าฉันก็คือชิโร”
“เฮ้! ไม่แฟร์นะแม่คุณ ฉันเป็นคนที่หลงมาอยู่ในร่างแมวเพราะฉะนั้นวิญญาณของฉันก็คือคน”
“ถ้าเป็นคนจริงนายก็ต้องรู้ภาษาคนน่ะสิ”
“แล้วที่ฉันพูดอยู่นี่ไม่ใช่ภาษาคนรึไง”
“งั้นลองตีลังกาให้ดูหน่อย”
-*- “ทำไมฉันจะต้องทำตามที่เธอบอกด้วยหา”
“หึ...ชิโร...แกไม่รู้ล่ะสิว่าตีลังกาคืออะไร”
เท่านั้นเขาก็รีบกระโดดตีลังกาอย่างสวยงามให้ดูเป็นขวัญตา
“ไหนลองร้องเหมียวซิ”
“เมี้ยววววว” จัดให้ตามคำเรียกร้อง
“ยังไงนายก็เป็นแมวอยู่ดีนั่นแหละ คนที่ไหนจะกระโดดตีลังกาแล้วก็ร้องเมี้ยวววววได้เหมือนแมวซะขนาดนี้”
“เด็กบ้า นี่เธอไม่ฟังที่ฉันพูดเลยใช่ม้ายยยยย”
เขาชักจะหัวเสีย
เด็กสาวยักไหล่อย่างไม่แยแส
“ยังไงก็ช่าง...แต่ตอนนี้นายต้องอยู่ที่นี่ในฐานะชิโร แมวของฉันเข้าใจ๋”
“โอเค...ตอนนี้ฉันจะอยู่ที่นี่ในฐานะแมวของเธอ
แต่เธอต้องช่วยฉันสืบเรื่องอุบัติเหตุและความเคลื่อนไหวของบ้านฟูจิวาระให้ฉัน”
ชิโอริทำหน้าเฉยเมยขณะย้อนถามคำเดียวสั้น ๆ
“เพื่อ?”
“นี่เธอไม่มีมนุษยธรรมเลยใช่ไหม ฉันเดือดร้อนขนาดนี้เธอยังทำเฉยอยู่ได้เหรอ”
“สรุปว่าเพื่อตัวนายว่างั้น”
ถึงจะเสียศักดิ์ศรีแต่ก็ต้องยอมรับ “ใช่ เพื่อตัวฉันนี่แหละ ตอนนี้ฉันอยากรู้ว่าตัวกำลังอยู่ในสภาพไหนกันแน่ เป็นวิญญาณที่เพียงแค่หลุดออกจากร่าง หรือเป็นวิญญาณที่จำต้องอยู่ในร่างแมวตลอดไปเพราะร่างของฉันสูญสลายไปเสียแล้ว”
เจอไม้นี้เข้าชิโอริเลยได้แต่ยอมรับ
“ตกลงฉันจะช่วย...แต่...ช่วยบอกสักนิดเถอะ...ก่อนจากไปชิโรเจ็บมากไหม”
ท้ายประโยค น้ำเสียงชิโอริเครืออย่างควบคุมไม่ได้
“ถ้าบอกว่าไม่เจ็บฉันก็คงโกหก แต่เชื่อเถอะตอนนี้มันสบายดีแล้ว แล้วก็กำลังเฝ้ามองเธออยู่ด้วยความรักและเป็นห่วง เธอรับรู้ถึงความรักของมันได้ใช่ไหม”
ภาพแมวขาวรวมทั้งความเศร้าที่เธอสัมผัสได้ในความฝันเมื่อคืน ทำให้น้ำตาเธอไหลอย่างอดกลั้นไม่ไหว
“ขอบใจนะชิโร ขอบใจที่รักฉัน จากนี้ไปก็หลับให้สบายเถอะนะ ลาก่อน”
edit @ 6 May 2009 09:37:54 by Patcharapan is VIP
edit @ 28 May 2009 16:21:17 by Patcharapan is VIP
แอบลุ้นว่าผ้าขนหนูจะหลุดอ่า ป่าวว
เหอ เหอ
แต่สุดท้ายย
สมน้ำหน้ามานนนน
กร๊ากกกก
ไอแมววววลามกกก
(เทมป:แล้วทำไมพี่ต้องจิ้นเป็นหน้าผมด้วยนิ?)
(พี่ตาต้า:มันช่วยไม่ได้อ่ะเทมป์ก็คุณสมบัตินู๋ผ่าน 55+)
ชอบๆ สนุกๆคะ
แล้วจะตามมาอ่านอีกนะคะ
ขอบคุณคะลูกจัน
#1 By ::burnitbytatar:: on 2009-05-06 13:12